อัตราจ่ายบาคาร่าบอกว่าเมื่อชนะ คุณจะได้เงินรางวัลกี่เท่าของเงินเดิมพัน และเมื่อดูคู่กับโอกาสชนะ จะเห็นว่าแต่ละตัวเลือกมีความเสี่ยงต่างกันมาก
คู่มือนี้รวมอัตราจ่ายบาคาร่ามาตรฐานของตัวเลือกหลัก ได้แก่ Player, Banker, Tie และ Pair อธิบายค่าคอมมิชชัน 5% ของฝั่ง Banker ความต่างของโต๊ะแบบปกติกับแบบไม่หักค่าคอมมิชชัน (No Commission) และความได้เปรียบของเจ้ามือ (House Edge) โดยประมาณ เพื่อให้เปรียบเทียบได้ว่าตัวเลือกใดจ่ายสูงแต่เกิดยาก และตัวเลือกใดจ่ายน้อยแต่เสี่ยงน้อยกว่า
อ่านอัตราจ่ายบาคาร่าอย่างไร
อัตราจ่ายเขียนในรูป "ได้ต่อเสีย" เช่น 1:1 หมายถึงวางเดิมพัน 100 บาทแล้วชนะ จะได้กำไร 100 บาทพร้อมรับเงินต้น 100 บาทคืน รวมเป็น 200 บาท ส่วน 8:1 หมายถึงวาง 100 บาทแล้วชนะ ได้กำไร 800 บาทบวกเงินต้นคืน
อัตราจ่ายสูงไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่า เพราะตัวเลือกที่จ่ายสูงมักเกิดขึ้นน้อยครั้ง ตัวเลขที่ช่วยเทียบความคุ้มจริงคือความได้เปรียบของเจ้ามือ ซึ่งบอกว่าในระยะยาว เงินเดิมพันแต่ละ 100 บาทจะเสียให้เจ้ามือโดยเฉลี่ยราวกี่บาท
ตารางอัตราจ่ายมาตรฐาน
| ตัวเลือก | อัตราจ่ายที่พบทั่วไป | ตัวอย่างกำไรเมื่อวาง 100 บาท |
|---|---|---|
| Player | 1:1 | 100 บาท |
| Banker | 0.95:1 (หักค่าคอมมิชชัน 5%) | 95 บาท |
| Tie (เสมอ) | 8:1 | 800 บาท |
| Player Pair | 11:1 | 1,100 บาท |
| Banker Pair | 11:1 | 1,100 บาท |
ตัวเลขในตารางเป็นอัตราจ่ายที่ใช้แพร่หลาย บางค่ายหรือบางโต๊ะอาจจ่าย Tie ที่ 9:1 หรือมีตัวเลือกเสริมที่อัตราต่างออกไป ให้ตรวจอัตราจ่ายจริงที่หน้าโต๊ะก่อนวางเดิมพันทุกครั้ง
เมื่อผลออกเสมอ โต๊ะทั่วไปจะคืนเงินเดิมพันฝั่ง Player และ Banker โดยไม่เสียเงิน มีเพียงเดิมพัน Tie ที่ได้รับเงินรางวัล
ค่าคอมมิชชันฝั่ง Banker คืออะไร
ตามกติกาการจั่วไพ่ใบที่สาม ฝั่ง Banker ตัดสินใจจั่วหลัง Player และได้เปรียบเล็กน้อยจากกฎนี้ ฝั่ง Banker จึงชนะบ่อยกว่า Player เล็กน้อยในระยะยาว โต๊ะบาคาร่าแบบปกติชดเชยความต่างนี้ด้วยการหักค่าคอมมิชชัน 5% จากกำไรเมื่อ Banker ชนะ
ตัวอย่าง วาง Banker 1,000 บาทแล้วชนะ กำไรเต็มคือ 1,000 บาท หักค่าคอมมิชชัน 5% เท่ากับ 50 บาท ได้กำไรสุทธิ 950 บาท พร้อมรับเงินต้นคืน
บาคาร่าแบบ No Commission ต่างกันอย่างไร
โต๊ะแบบไม่หักค่าคอมมิชชันจ่าย Banker เต็ม 1:1 เกือบทุกกรณี แต่มีข้อยกเว้นที่ใช้กันทั่วไปคือ เมื่อ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 จะจ่ายเพียงครึ่งเดียว (1:2) เช่น วาง 100 บาทได้กำไร 50 บาท
| รูปแบบโต๊ะ | Banker ชนะทั่วไป | Banker ชนะด้วยแต้ม 6 |
|---|---|---|
| แบบปกติ (หักค่าคอมมิชชัน) | 0.95:1 | 0.95:1 |
| No Commission | 1:1 | 1:2 (จ่ายครึ่ง) |
โต๊ะ No Commission ไม่ได้ยกเลิกความได้เปรียบของเจ้ามือ แค่ย้ายไปอยู่ที่รอบซึ่ง Banker ชนะด้วยแต้ม 6 แทน และค่าที่อ้างอิงกันทั่วไปชี้ว่าความได้เปรียบฝั่ง Banker บนโต๊ะแบบนี้สูงกว่าแบบปกติเล็กน้อย รายละเอียดเงื่อนไขอาจต่างกันตามค่าย ให้ดูคำอธิบายของโต๊ะนั้นก่อนเล่น
ความได้เปรียบของเจ้ามือและโอกาสแต่ละผล
ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าประมาณที่อ้างอิงกันทั่วไปสำหรับบาคาร่าแบบ 8 สำรับ โต๊ะหักค่าคอมมิชชัน 5% และ Tie จ่าย 8:1 ใช้เพื่อเทียบความเสี่ยงระหว่างตัวเลือก ไม่ใช่ตัวเลขรับประกันของโต๊ะใดโต๊ะหนึ่ง
| ตัวเลือก | โอกาสเกิดโดยประมาณ | ความได้เปรียบของเจ้ามือโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Banker | ราว 45.9% | ราว 1.06% |
| Player | ราว 44.6% | ราว 1.24% |
| Tie | ราว 9.5% | ราว 14.4% |
ความได้เปรียบ 1.06% หมายความว่าในระยะยาวมาก ๆ เงินเดิมพันฝั่ง Banker ทุก 100 บาทจะเสียให้เจ้ามือเฉลี่ยราว 1.06 บาท ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกผลในระยะสั้น ในไม่กี่รอบคุณอาจได้หรือเสียมากกว่านี้มาก
จะเห็นว่า Tie จ่ายสูงถึง 8 เท่า แต่เกิดเพียงราว 1 ใน 10 รอบ และความได้เปรียบของเจ้ามือสูงกว่าฝั่ง Player หรือ Banker มากกว่าสิบเท่า ตัวเลือก Pair ก็มีลักษณะคล้ายกันคือจ่ายสูงแต่เกิดยาก
ตัวอย่างคำนวณเงินที่ได้รับ
วาง Player 200 บาท ผลออก Player
อัตราจ่าย 1:1 ได้กำไร 200 บาท รับคืนรวม 400 บาท
วาง Banker 200 บาท ผลออก Banker บนโต๊ะแบบปกติ
กำไร 200 บาทหักค่าคอมมิชชัน 5% คือ 10 บาท เหลือกำไร 190 บาท รับคืนรวม 390 บาท
วาง Banker 200 บาท บนโต๊ะ No Commission ผลออก Banker ด้วยแต้ม 6
จ่ายครึ่งหนึ่ง ได้กำไร 100 บาท รับคืนรวม 300 บาท
วาง Player 200 บาท ผลออกเสมอ
โต๊ะทั่วไปคืนเงินเดิมพัน 200 บาท ไม่ได้และไม่เสีย
วาง Tie 50 บาท ผลออกเสมอ
อัตราจ่าย 8:1 ได้กำไร 400 บาท รับคืนรวม 450 บาท
ใช้ข้อมูลอัตราจ่ายบาคาร่าอย่างมีสติ
- ตรวจอัตราจ่ายและกติกาของโต๊ะทุกครั้งก่อนเริ่ม เพราะอาจต่างจากตารางมาตรฐาน
- เข้าใจว่าตัวเลือกที่จ่ายสูงคือตัวเลือกที่เกิดยากและความเสี่ยงสูง
- ไม่มีรูปแบบการวางเงินหรือระบบทบเงินใดที่เปลี่ยนความได้เปรียบของเจ้ามือได้
- กำหนดงบประมาณก่อนเล่น และหยุดเมื่อถึงวงเงินที่ตั้งไว้ไม่ว่าจะได้หรือเสีย
ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องการนับแต้มและการจั่วไพ่ใบที่สาม แนะนำให้อ่านคู่มือกติกาบาคาร่าก่อน แล้วค่อยกลับมาดูหน้านี้อีกครั้ง จะเข้าใจว่าทำไมฝั่ง Banker ต้องหักค่าคอมมิชชัน
เล่นอย่างรับผิดชอบ
เกมคาสิโนทุกประเภทมีความเสี่ยงและผลแต่ละรอบเป็นเรื่องสุ่ม ไม่มีสูตรหรือวิธีใดรับประกันกำไรได้ ควรกำหนดงบประมาณและเวลาก่อนเริ่มทุกครั้ง ใช้เฉพาะเงินที่เสียได้โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่เพิ่มเดิมพันเพื่อไล่ตามเงินที่เสียไป และหยุดพักเมื่อรู้สึกเครียดหรือควบคุมตัวเองไม่ได้
บริการนี้สำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การเล่นอย่างรับผิดชอบ และ ข้อตกลงและเงื่อนไข
คำถามที่พบบ่อย
อัตราจ่ายบาคาร่าฝั่ง Player และ Banker เท่ากันไหม?
ไม่เท่ากันบนโต๊ะแบบปกติ Player จ่าย 1:1 ส่วน Banker จ่าย 0.95:1 เพราะหักค่าคอมมิชชัน 5% จากกำไร
Tie ในบาคาร่าจ่ายเท่าไร?
อัตราที่พบทั่วไปคือ 8:1 บางโต๊ะอาจจ่าย 9:1 ควรตรวจที่หน้าโต๊ะก่อนวางเดิมพัน
บาคาร่า No Commission คุ้มกว่าแบบปกติไหม?
ไม่ได้คุ้มกว่า โต๊ะแบบนี้จ่าย Banker เต็ม แต่จ่ายครึ่งเดียวเมื่อ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 และค่าที่อ้างอิงกันทั่วไปชี้ว่าความได้เปรียบของเจ้ามือฝั่ง Banker สูงกว่าโต๊ะแบบปกติเล็กน้อย
ตัวเลือกใดในบาคาร่าเสี่ยงที่สุด?
ตัวเลือกที่จ่ายสูงอย่าง Tie และ Pair มีความได้เปรียบของเจ้ามือสูงกว่าฝั่ง Player และ Banker มาก